Wachirasorn's profile(-: Pactis_Aviator :-)PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
(-: Pactis_Aviator :-)ชีวิตร่วมสมัย กับปรัชญาความรักการบิน 18 September Mournfully to P' Tree(Co-pilot OG269/MD-82)คงมีมีคำบรรยายมากมายนักกับอุบัติเหตุเครื่องบินตก!!! ที่คร่าชีวิตคนไปกว่า 89 ศพ เหตุเพราะสภาพอากาศหรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ...ต่างสร้างความสลดใจให้แก่ญาติพี่น้องของคนเหล่านั้น ในระยะเวลาเพียงแค่ 1เดือน เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับอากาศยานในประเทศไทยกว่า 4 ลำด้วยกัน มีเพียงครั้งเดียวที่ไม่มีคนตาย คือ เครื่องบินส่วนตัวที่ จ.ลำพูน ...แต่อุบัติเหตุนอกนั้นกลับทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแทบทั้งสิ้น
ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดคือ เที่ยวบิน OG/OX 269 กับเครื่องบินแบบ MD-82 บินตรงสู่ท่าอากาศยานภูเก็ต และประสบอุบัติเหตุขณะร่อนลงจอด... มีผู้คนเสียชีวิต 89 คน บาดเจ็บ 41 คน แต่เท่านี้ก็คงจะเทียบไม่ได้กับความปวดรวดร้าวหัวใจของบุคคลผู้ที่สูญเสียคนที่รักไป
วันที่ 16 กันยายน 2550
1600 : แชมป์(APM) โทรมาบอกว่า เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ที่ภูเก็ต แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะอาจจะเป็นเหตุเล็กๆน้อยๆ
1715 : กลับถึงบ้านน้า ข่าวทุกช่อง ต่างถ่ายทอดข่าวอุบัติเหตุร้ายแรง กับเครื่องบินของสายการบิน 1-2-Go เครื่อง MD-82 ที่เกิดอุบัติเหตุไถลออกนอกรันเวย์ มีผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่มีรายงานข่าวผู้เสียชีวิตที่แน่นอน(ขณะนั้น 40 ศพ) แค่สังหรณ์ใจว่าจะมีคนที่รู้จักอยู่บนเครื่องหรือเปล่า?
....เวลาแล้ว เวลาเล่า นั่งจ้องทีวีจนกระทั่งทุกสถานีพักการออกอากาศเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ช่องสุดท้ายขณะนั้นคือ TITV เวลาประมาณ 2230 น. (ไม่มีชื่อคนรู้จักเลยสักคน โล่งอก และเตรียมตัวนอน...)
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น : จากพี่รหัสสมัยอยู่สวนดุสิต >> "ปอ! ...ดูข่าวเครื่องบินตกที่ภูเก็ตอยู่หรือเปล่า??" > "ดูครับผม...ตามข่าวมาตั้งแต่เย็นแล้วล่ะ" > "เออนี่...เฮียมนตรีเสียแล้วนะ!!!
สิ้นเสียงโทรศัพท์พร้อมกับคำฝากว่ามีข่าวอะไรคืบหน้าให้โทรบอก...
พี่มนตรี หรือพี่ตรี เป็นรุ่นพี่ AM ที่เป็นพี่ชายของพี่รหัสเรา ซึ่งเมื่อก่อนสมัยเรียนที่สวนดุสิต เราและเพื่อนๆก็มักจะขโมยจักรยานของเฮียไปปั่นเล่นทุกวัน เพราะพี่สาวเรารู้รหัสล็อค!! บ่อยครั้งที่เฮียกลับจากฝึกบินแล้วก็เจอแล้วก็ยกมือไหว้ตามประสาคนบ้าอยากบิน แต่เฮียก็รู้แค่ว่าเราเป็นน้องรหัสพี่อั้ม เพียงเท่านั้น... เมื่อความฝันของเฮียเป็นจริง และวันหนึ่งเฮียจากไปเพราะสิ่งที่รักที่สุด วันนี้น้องผู้ที่ฝันอยากจะมีอนาคตในอาชีพเหมือนเฮียขอไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งและขอเอาบทความที่เฮียเคยให้สัมภาษณ์ไว้ มาให้คนที่ผ่านมาได้อ่านกัน...
มนตรี กมลรัตนชัย "ตรี"
ผมจบการศึกษาจากสถาบันการบินพลเรือน หลักสูตรช่างบำรุงรักษาอากาศยาน แล้วก็ไปทำงานกับเจแปนแอร์ไลน์เป็นเวลา 7 ปีครับ ที่มาของทางฝัน : ก่อนที่ผมจะมาเรียนที่นี่ ผมได้ทำงานในส่วนของช่างซ่อมเครื่องบินและมีโอกาสได้ขึ้นไป operate ใน cockpit ทำให้มุมมองของนักบินของผมดูใกล้ตัวมากแล้วล่ะ และการที่ได้ operate ใน cockpit จริงๆนั้น มันก็ทำให้ผมเริ่มมีความทะเยอทะยาน อยากที่จะมาเรียนการบินมากยิ่งขึ้นอีกด้วย กับชีวิตที่สถาบันการบินพลเรือน : ก็อย่างที่เพื่อนๆบอกนะครับ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง และอีกอย่างนึงเมื่อได้เข้ามาเรียนที่นี่แล้ว มันทำให้ผมรู้สึกว่า ได้เข้าใกล้ความฝันเข้าไปทุกทีๆ ผมก็จะนั่งนับวันถอยหลังเลยครับว่า เรากำลังจะได้บินแล้วนะ ทำยังไงเราถึงจะสามารถเรียนรู้ได้เร็ว และเราถึงจะบินได้ดี ความนึกคิดของนักเรียนการบินทุนส่วนตัว : ไม่รู้สึกกดดันเลย เพราะเรามาเรียนที่นี่ เราพูดภาษาเดียวกัน มีจุดหมายเดียวกัน แต่ทุนส่วนตัวอาจจะต้องมีเรื่องให้วางแผนกับชีวิตมากกว่าคนอื่นอีกนิดนึง สำหรับตอนนี้ผมเชื่อว่า อาชีพนักบินยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนในประเทศไทยนะครับ... โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เลือกหรอกครับว่าจะเป็นสายการบินใด ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินของเราครับ เมื่อเราเข้าไปในบริษัทนั้นๆแล้ว ก็จะต้องได้รับการฝึกบินกับเครื่องบินแต่ละชนิดแตกต่างกันไป ตามแต่ทางบริษัทนั้นๆจะมอบหมายให้ อย่างน้อยเราก็ได้ขับเครื่องบินชนิดนั้นแล้ว มีชั่วโมงบินเพิ่มมากขึ้น ประสบการณ์การบินก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ถึงเวลานั้นทางบริษัทก็จะเป็นฝ่ายเข้ามาเลือกเราไปร่วมงานด้วยก็ได้ครับ แผนชีวิตกับอนาคต : ในระหว่างที่รอการเปิดรับสมัครของแต่ละสายการบิน ผมก็คงจะหาอะไรทำ ที่มันจะสามารถเสริมสร้างประสบการณ์ทางด้านการบิน เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัคร เราอาจจะเป็นผู้มีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ ก็เป็นได้ เอ่อ... ผมอาจจะเข้ามาช่วยดูแลเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆที่นี่ เพราะเป็นอะไรที่ผมยังสามารถอยู่ใกล้เครื่องบินได้มากที่สุด ขอขอบคุณ > นิตยสาร Take Off ฉบับ ที่ 18 เดือนกันยายน 2005 สำหรับเนื้อหาการสัมภาษณ์ ในคอลัมป์ Let's Talk หน้า 12-19 ครับ
เหินฟ้าไปหาดาว ที่วับวาวบนเวหา
อุปสรรค์มากหนักหนา ต้องฟันฝ่าพยายาม ผมเอง จากจิตใจและวิญญานรักการบินของผม ที่ใฝ่ฝันและพยายามใขว่คว้า ต้องการจะเดินทางไปเป็นหนึ่งในนักบินผู้ดูแลผู้โดยสารและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทย ขอให้ดวงวิญญานของพี่ จงเดินทางไปพบกับสิ่งสุขในสัมปรายภพ
จากจุดเริ่มต้นแห่งความรักการบินของพี่ นำพาจุดสุดท้ายของชีวิตกับสิ่งที่พี่รัก วันนี้พี่ทำสำเร็จแล้วนะครับ อย่าโทษตัวพี่เองว่าเป็นความผิดของพี่ นั่นคือหน้าที่ของพี่ แต่ด้วยสาเหตุใดก็ตาม พี่คือนักบินผู้ยิ่งใหญ่ในใจผมเสมอ GOOD DAY!!! 22 August วันเวลา...ที่ล่วงเลยเมื่อวาน...ตื่นแต่เช้ามาอ่านหนังสือ แล้วระยะเวลาก็ล่วงเลยไปตามกาลเวลาอีกตามเคย จนเที่ยง... จนบ่าย... และจนบ่ายแก่ๆ...
เวลาประมาณ 4 โมงเย็นกว่าๆ ตามปกติของการเดินทางทางอากาศจากสนามบินดอนเมืองไปยังท่าอากาศยานอื่น แต่คราวนี้มีความสำคัญมากกว่านั้นหลายเท่านัก
นั่งอ่านหนังสือไปพลางๆก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน บินผ่านมา โดยคิดว่าปกติแล้วหอเราคือเครื่องลำนั่นจะต้องผ่าน จุด TIGER มาเพื่อต่อเข้า BRUCE 2 Departure และบินไปในเส้นทาง G458 ลงใต้ไปเท่านั้น(ปกติแล้วจะวิ่งไม่ทันหรอก เพราะเครื่องจะมาเร็ว) แต่คราวนี้วิ่งออกไปพร้อมกับจ้องมองไปที่เครื่องอย่าเต็มตา เป็นเครื่อง 737 และบังเอิญเห็นปลายปีกติด Winglet ซึ่งนั่นก็เป็นเครื่องบินลำอื่นไปไม่ได้ นอกจากเครื่อง Boeing 737-800 รหัส 55-555 ลำใหม่ของกองทัพอากาศไทยนั่นเอง ...ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นบุญตามากพอแล้วสำหรับวันนี้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น... เราได้เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนหนึ่งฟัง แต่ทุกคนก็เฉยๆ
เวลาประมาณ 2000 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น... แล้วบอกให้รีบเปิดทีวีช่อง 11 เดี๋ยวนี้!!! ขณะนั้นคือข่าวในพระราชสำนัก!!! คิดในใจว่ามันจะมามุขไหนของมันวะ@#!!!???
"สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เจิมเครื่องบินพระราชพาหนะโบอิ้ง 737-800 (Boeing 737-800) ที่กองทัพอากาศน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550
วันนี้ (20 ส.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเจิมเครื่องบินพระราชพาหนะโบอิ้ง 737-800 (Boeing 737-800) ที่กองทัพอากาศน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550 โดยในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเสด็จด้วย หลังจากนั้น ทรงเสด็จแปรพระราชฐาน ยังพระตำหนักทักษิณ จ.นราธิวาส เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้"
นั่นไงล่ะ...
งานนี้ดูท่าจะลืมภาพความทรงจำอันสำคัญยิ่งอย่างนี้ยาก... "วิหค ตองห้า" 05 August "ลูกมาสร้าง...ไม่ได้มาเสริม"
"ลูกมาสร้าง...ไม่ได้มาเสริม" คำพูดของอาจารย์แม่ สุนีย์ สินธุเดชะ ที่ปรึกษาของสถาบันวันประถมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2549
วันนี้พรีเซ้นงานวิชา Principles Of Flight ด้วยบทความและการคัดสรรอย่างดีจากเพื่อนๆหลายๆกลุ่ม ทำออกมาได้ดีทีเดียว จนกระทั่งกลายเป็น "สงคราม...วีดีโอคลิป" จากการเริ่มแนวคิดจากกลุ่มของเรา แพร่กระจายไปจนเพื่อนๆแทบไม่กล้าจะพรีเซ้นแบบเดิมๆกัน ด้วยโปรแกรมธรรมดาๆอย่าง Microsoft Power Point (ลืมไปได้เลย!!!) นั่งดูไปด้วยก็นั่งคิดไปด้วย หลายสิ่งหลายอย่าง หลายเรื่องราวเหลือเกิน... ทำไม?อีกแล้ว....
หลายอย่างในช่วงนี้มันผ่านมา มีทั้งด้านดีและไม่ดีปนกันไป...แล้วจะให้ทำยังไง จะบอกว่ามนุษย์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมมันก็ดูจะโทษให้กับโชคชะตามากเกินไป ...เฮ้อ!
พ่อครับ - แม่ครับ : ลูกเหนื่อยเหลือเกิน จริงอยู่ที่ชีวิตคนเรามันต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ มีสุขบ้าง ทุกข์บ้างก็จริง ปอทุกข์มามากแล้วนะครับ ขอสิ่งที่ดีให้มันมาอยู่กะปอบ้าง ปอไม่เคยเสียใจที่เกิดเป็นคนแบบนี้ เจอสิ่งต่างๆรอบตัวเหล่านี้ แต่ปอไม่ต้องการให้บางสิ่งบางอย่างมันเป็นไปแบบนี้
มันอาจะเป็นบางช่วงของชีวิตที่มันผ่านมาให้เราฝ่าฟัน ฝึกสู้และอดทนต่อสิ่งรอบข้าง... ช่างมันเถอะ มีอะไรให้เศร้าล่ะ!!!
เราเลือกเดินมาแล้วนี่นา "หลับตา... สมาธิ... ความจริง... ความถูกต้อง... บังเกิด."
11 July อันความรัก...อันความฝัน เมื่อวันที่ 8 กลับบ้านมา... ถึงบ้านก็เช้าวันที่ 8 กับรถทัวร์ของบริษัท "ไทยอีสาน" สมชื่อจริงๆ ป.2 ครับพี่น้อง ทั้งกลิ่น ทั้งความเย็นจากแอร์ที่เย็นจนเหยื่อหยด! เหตุเพราะเพื่อนของผม "เจ้าบอล" กอปพงษ์ ครองงาม ได้จากโลกนี้ไปเพราะอุบัติเหตุ(หลับให้สบายนะเพื่อน...กูยังคงเป็นเพื่อนมึง และหวังว่าจะได้เป็นเพื่อนมึงอีกนะ...เพื่อนรัก) กลับบ้านไปก็ไม่ค่อยจะมีเวลาอยู่บ้านซักเท่าไหร่ เพราะว่าอย่างว่าล่ะนะ "มันเฉพาะกิจจริงๆ!!!" ถึงบ้านก็เจอไอ้เจ้าปอนด์นอนดูทีวีอยู่ พร้อมกับรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่อยู่บ้าน มอไซด์ก็ด้วย สรุปง่ายๆก็คือพ่อไปอบรมชาวบ้าน รถยนต์แม่เอาไปซ่อม ส่วนแม่เอามอไซด์ออกไปทำธุระ แล้วเราก็เข้าบ้านแป๊บเดียวก็ออกไปช่วยงานหม่อมที่โรงเรียนฯ
ด้วยสภาพของบ้านสมัยที่เราอยู่เป็นประจำทุกๆวัน กับตอนนี้ และตอนที่น้องสาวของเราไปเรียนมหาลัย มันช่างดูแตกต่างกันเหลือเกินแต่ก็ไปทำภารกิจคือการไปเป็นเจ้าภาพงานสวดอภิธรรมของเพื่อนผู้ล่วงลับ! กลับมาดึกๆก็นอนแล้วก็ตื่นเช้าทำภารกิจต่างๆตามประสาเพราะเตรียมกลับกทม.ด้วย เครื่องบินของ Thai Air Asia เที่ยวบิน FD3321 ประมาณ เวลา 1525 ออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงกว่าๆเกือบบ้ายสองมาถึงก็ Check-in ซะ ปรากฎว่า Delay ครับพี่น้อง เครื่องออก 1725 ก็เลยร่อนไปหาแหนมเนืองเจ้าโปรดไปนั่งขยับขยายรอเวลาเดินทางที่บ้านยายติ๋ม เจอยายทวดซึ่งตอนนี้ท่านอายุเกือบๆ จะ 90 แล้วแต่ก็ยังแข็งแรงอยู่ เห็นครอบครัวของเรา และเห็นญาติของเราแล้วก็อดยิ้มไม่ได้(นี่ล่ะความสุขที่แท้จริง) พอใกล้ถึงเวลาก็กลับมาที่สนามบิน แม่กับไอ้ปอนด์ก็มาส่ง ก่อนจะ เข้าไปรอเครื่องก็กอดแม่แล้วก็ขอตังค์ไปตามเคย พร้อมกับหอมแก้มแม่ ซึ่งนานๆจะหอมแก้มท่านที คริคริ เขิลจัง
ตอนนั่งเครื่องกลับแล้วลองย้อนนึกกลับไป ห่วงแม่ขับรถกลับบ้าน คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่ เห็นท่านอยู่กันแค่2 คนไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะอยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตา นี่เราก็เรียน"การบิน" อนาคตข้างหน้าก็อยากจะเป็นนักบิน น้องสาวก็เรียน "การทะเล" ทั้งพี่ทั้งน้องไม่ได้มาอยู่ใกล้บ้านเลยจริงๆ แล้วพ่อกับแม่เราท่านจะอยู่ยังไง มันคิดวกวนไปหมด กลับถึงหอก็มานั่งๆคิดว่านี่เพื่อนเราตายไป เหลือแม่และก็พี่น้องมันที่คอยดูแล เห็นแล้วก็หดหู่ นี่เรายังมีชีวิต แต่ไม่มีเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ เอ๊ะ!!! มันยังไง บางครั้งก็เลยถามตัวเองว่า ไอ้อาชีพนักบินนี่มันก็ดีนะ มันคือความฝันของเรา แต่ว่า "พ่อแม่" ล่ะ ท่านสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด มิใช่หรือ?? จึงกลายเป็นคำถามว่า บางทีพ่อแม่เค้าก็ตามใจเรามาเยอะแล้วนะกับความฝันของเรา มันต้องมีสักวันที่เราต้องตามใจท่านและดูแลท่านบ้าง ตอนนี้ก็อาจกลายเป็นว่า "อาชีพนักบิน" อาจจะไม่ใช่อาชีพหลักสำหรับเราในอนาคต "แต่อาชีพหลักของเราคือการมีชีวิต เพื่อคนที่เรารักมากกว่า..."
บางทีคนเรามันใช่ชีวิตอยู่กับความฝันมากเกินไป ทะเยอทะยานซะจนลืมความเป็นมนุษย์ปุถุชน ลืมคนที่รักเราและลืมคนที่อยู่ข้างหลัง พอมองย้อนกลับมากลับกลายเป็นว่า เราเขย่งอยู่อย่างนั้นมานานนับปีโดยไม่รู้ตัว และ ณ ตอนนี้ก็คือเวลาของการยืนอยู่บน "ส้นตีน" แบๆด้านๆ กับพื้นธรรมดาๆ เหมือนมนุษย์คนอื่นๆ เพียงแต่ว่า "หยิบยื่นความฝันให้กับตัวเอง...เท่านั้น" 27 June จุดยืน...กับเวลาที่ผ่านไปในขณะที่เวลาช่วงนี้มันช่างสับสนเสียเหลือเกิน เดี๋ยวฝนก็ตก เดี๋ยวแดดก็ออก แล้วเดี๋ยวฟ้าก็ปิด ทุกอย่างมันไม่มีความพอดีเอาซะเลย พอดีกับเวลาที่มันก็ผ่านไปเรื่อยๆ อะไรๆรอบข้างก็ดูเหมือนมีการพัฒนา เพิ่มเติมเข้าไปมากมาย แต่ตัวเราเองรู้สึกว่าไม่ยอมจะเดินไปไหน... "จุดยืน" นี่สิ...สำคัญอย่างนี้นี่เอง
ภาระหน้าที่ทั้งในสถาบันฯ นอกสถาบันฯ ทั้งๆที่มันก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ แต่สำหรับในสถาบันฯเนี้ย ดูเหมือนจะน้อยลงมากกว่าเดิมมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่อะไรก็พลาดไม่ได้ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่า มีองค์ประกอบ 108-1900 มาทำให้เราแทบจะไม่มีเวลามานั่งคิด หยุดคิด จนกระทั้งไอ้เจ้าสิ่งที่เรียกว่า "จุดยืน" มันผุดขึ้นมา
# ในขณะที่เพื่อนๆทำงาน อย่างกุลีกุจอ นอกจากมือของเราที่ช่วยๆไป ก็เอาสมองมาคิด
: "มันมีขั้นตอนที่ดีกว่านี้นะ...ทำไมไม่ลองปรับเปลี่ยนดูบ้าง > เกิดอาการเบื่อ!!!"
# ในขณะที่นั่งเรียนหนังสือ วิชาอะไรก็ตามแต่ ขั้นตอนและวิธีการเรียนก็คือ
: "มุ่งเดินหน้ามันไปเลย...ยากแค่ไหน > ก็เหยียบมันให้จมดินให้ได้!!!"
# ในขณะที่กิน เดิน นั่ง นอน
: ทำไม? ทำไม? และ ทำไม? > เกิดคำถามขึ้นมามากมายในจิตใจ!!!
พยายามที่จะค้นหาคำตอบ แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ = Standing ON your mind.
ชีวิตเราก็เหมือน...ท้องฟ้า ก้อนเมฆ ทั้งเมฆฝน เมฆหมอก หรือว่าเมฆธรรมดาทั่วไป ล้วนแต่ปลิวไปตามลม เฉกเช่นดังกิ่งไผ่อันเคลื่อนคล้อยไปตามกระแสลม แต่หนังสือเรื่อง "สิทธารถะ" กลับไม่พูดเปรยไปอย่างนั้น เพราะหากว่าเราปลิวไปตามสายลมเรื่อยไปแล้วล่ะก็ มันก็คงจะเหมือนคนที่ใจง่าย คล้อยตามคน โดยไม่ได้คิดคำนึงถึงเหตุผล...ก็ถือว่าจริงส่วนหนึ่ง >>> คนที่มีจุดยืนของตัวเองต่างหากล่ะ ซึ่งคนเหล่านั้นเป็นเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า อันมีวิถีการโคจรเป็นของคนเอง มิได้ปลิวหรือล่องลอยไปตามกระแสลมอันไร้ซึ่งความมั่นคง ฉันใดก็ฉันนั้น... คนเราหากมีความคิด และวิธีทางที่เป็นของตนเอง ก็ไม่ต่างอะไรจากดวงดาวเลย
มองดูที่ท้องฟ้านั่นสิ มันช่วงสวยงามเสียเหลือเกิน แล้วความรักล่ะ??? จะสวยงามเหมือนดังท้องฟ้านั่นรึเปล่านะ
พยายามที่จะค้นหาคำตอบ แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ = Standing ON your mind. (เป็นตัวของตัวเอง)
![]() 02 June สบพ. >>> เส้นทาง...ล่าฝันเมื่อคืนดูรายการกบนอกกะลา เรื่อง "นักบินรบ...ภารกิจเหนือฟ้า" ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่สำหรับเราแล้วมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาโดยเป็นเหมือนเสี้ยนตำใจอยู่ตลอดเวลาที่ได้พบเห็น เฮ้อ!!! ก็มันผ่านมาแล้วนี่นา ทำอะไรก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เหมือนเดิมคือการทำใจให้สบายแล้วใช้ชีวิตให้เป็นอยู่กับปัจจุบัน
พอทราบข่าวว่าเกรดเทอม 3 ออกก็กุลีกุจอไปดู สภาพเกรดที่ออกมาก็ไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะวิชาการบิน ซึ่งได้บินข่าวแว่วๆออกมาว่า ข้าพเจ้าได้ 88 = B+ แต่ว่าเพื่อนที่ได้ 89 = A มันช่างไม่ยุติธรรม แต่ก็จำใจ อย่างน้อยๆมันก็ยังไม่เป็นทางการ ก็ยังพอมีความหวังล่ะนะ(งานนี้ขอท้า...เรื่องความรู้ครับพี่น้อง
นั่งเรียนๆไป ก็นึกถึงแต่ภาพเรื่องเกรด เรื่องการเรียนปี3 ...เสียวที่สุด ...กลัวที่สุด ก็งานนี้ล่ะ ทำไมคนอื่นๆเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจอะไรมาก เกรดเค้าก็ดีๆกัน แต่เรามันไม่เคยหลบ ไม่เคยหลับ ตั้งใจเรียนตลอด อ่านหนังสือก็อ่าน ว่าก็ว่า...ทำข้อสอบได้ แต่คะแนนออกมาก็ห่วยแบบพระเจ้ายอดจริงๆ เฮ้อ...คิดแล้วก็เหนื่อยใจ สงสารแม่ส่งเงินมาให้เดือนละเป็นหมื่นๆ
และแล้วเมื่อเกิดอาการท้อใจสุดท้ายก็ต้องมาจัดการกับมันโดยการ "คิดบวก ++++" เติมมันเข้าไปเลยเครื่องหมายน่ะ ชะแว๊ป....>>
* เราเคยเชื่อเสมอว่า...คนเราถ้าทำอะไรด้วยความรักและจริงใจมากกว่าหน้าที่ ต่อให้ใครที่ไหนมันทำได้ดีซักแค่ไหน บทสรุปที่แท้จริงก็แพ้ใจของคนที่รักจริง
* ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่สบพ. เริ่มแรกๆดูเหมือนจะมีความสุข เพราะได้เรียนได้ทำในสิ่งที่ต้องการ แต่มันก็จริงไปซะทั้งหมด
# เรื่องเพื่อน...ที่นี่เป็นอะไรที่ห่วยแตกนิดหน่อย เป็นสังคมที่แก่งแย่ง แข่งขันกัน ประเภท "ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน" มันครบจริงๆนะ
# เรื่องเรียน...เกรดออกช้า แต่ความจริงเราเองก็ไม่ได้สนใจอะไรขอแค่เกรดออกมาน่าพอใจเท่านั้นก็โอเคแล้ว
# เรื่องอาจารย์...อาจารย์ที่นี่ดูแลนักเรียนดีจริงๆ ผิดกับระบบการทำงานของสถาบันที่มั่วยังไงก็อย่างนั้น
# เรื่องระบบการจัดการ...มั่วเข้าไปใหญ่เลย แต่ละคนแต่ละฝ่ายต่างมีหน้าที่ของตัวเองแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาจะทำแค่ของตัวเอง จนลืมไปว่าคนที่เค้าไม่รู้ เค้าปรับตัวตามไม่ถูก ทำงานแบบหน้าใครหน้ามันแบบนี้มีหวังได้ตายหมู่กันแหงๆ
อะไรกันนักกันหนาเนี้ย บ่นอะไรวะไอ้เวร!!! เรื่องอะไรก็ตามมานั่งๆคิดดูแล้ว หากว่าเราจะเลิกซะทั้งหมด...เพื่อนก็จะหาว่าเห็นแก่ตัว แค่นี้ยังมองหน้ากันว่าไม่รับผิดชอบ จะเรียนซะอย่างเดียวก็กลัวว่ามันจะมากเกินไป แต่ถ้ากูเข้า ATC ไม่ได้ ไอ้บ้าหน้าไหนมันจะมาดูหน้ากู ปลอบใจกูตอนน้ำตากูมันหยดลงที่พื้น ไม่อยากรับสภาพแบบนั้นอีกแล้ว เตรียมทหารที่ผ่านมามันบอบช้ำซะจนไม่อยากจะมองเครื่องแบบสีเทาที่เมื่อก่อนเคยปลื้มนักปลื้มหนา เอาล่ะนะ ตอนนี้ก็ขอเดินทางสายกลางไปก่อนแล้วกัน
สู้เพื่อฝัน...The Dream's lead us to be... มีอะไรมากกว่านี้อีกไม๊???
25 May บนฟ้า...กับความคิดถึงวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศน้องๆ CATC Freshy ประเดิมมาก็วุ่นวายไปตามสเต็ปการทำงานตามแบบฉบับ ของชาว AVM8 และการร่วมมือกันของพี่ๆทุกคน(วันนี้ถ้าไม่มีพี่กุ๊ก...ก็คงแย่!!!) จนทุกอย่างเรียบร้อยปล่อยน้องๆ AVM รุ่นใหม่กลับบ้านกลับช่องไปเตรียมตัว ก็เหลือรุ่นพี่ๆ ตั้งแต่ 2 ขีดขึ้นไป มาประชุมกัน ก็ตามสเต็ปการทำงานฝ่ายวินัยก็ลงขันกันถลุงน้องไปตามระเบียบ... ขออภัยครับพี่ พอดีว่าวันนี้ผมก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนๆผมก็เหนื่อย แต่ก็เข้าใจนะ
หลังจากที่เสียสูญมาเมื่อวานเพราะว่ากลับมาอยู่หอวันแรกหลังจากไม่ได้อยู่อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน สุดท้ายอยู่ในหอด้วยอาการเหงาสุดๆ แล้วก็ลงท้ายด้วยการโทรเรียกชาวบ้านมากินข้าวด้วย แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ๊แอ้ม...เจ้าเก่า!(มันคงจะคิดว่า...ฉันอีกแล้วเหรอยะ
พร่ามไปไหน...วันนี้ทำงานเสร็จ กลับหอมาก็มาเจอกับบรรยากาศเหมือนฝนจะตก กะจะออกไปวิ่ง แต่ด้วยความขี้เกียจก็เอามันอีกแล้วครับท่าน...(วันหลังแล้วกันนะ)
และแล้วก็มาเจอกับท้องฟ้าที่เหมือนจะเงียบเหงาเอาซะเหลือเกิน เหมือนกับคนๆนี้...ที่พื้นข้างล่างเลยนะ
เหมือนเธอจะรออะไรรึเปล่า เธอกำลังคิดถึงใครอยู่นะ ทำไมดูใบหน้าของเธอมันช่างเดียวดายเสียเหลือเกิน อย่าเศร้าไปเลยนะ...คนๆนี้ >> อยู่เคียงข้างเธอเสมอ สำหรับตอนนี้บางที...เธออาจจะไม่ได้คิดอะไรอยู่ก็ได้ แต่กลับกลายเป็นฉันใช่ไหม...ที่คิดไปเอง เพ้อไปเอง และรำพันอยู่เพียงลำพัง
ปล.ตั้งแต่ทำ Space มา เหมือนอันนี้ล่ะนะ จะไร้สาระสุดๆ แต่เอาเหอะ ขอระบายอารมณ์นิดส์นึง |
|
||||||||||||||||
|
|